ขนมไทย

February 12, 2022
ขนมไทย

ขนมไทย เป็นขนมหวาน มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติซึ่งอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ในสมัยก่อนขนมไทยจะทำเฉพาะเวลามีงานสำคัญเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในงานเทศกาล งานประเพณี งานทางศาสนา หรือการประกอบพิธีกรรมต่างๆ แต่ที่เห็นมีขนมหลากหลายกินทุกวัน หลังสำรับคาวหวานหรือกินเป็นของว่าง ก็ล้วนแต่คิดประดิดประดอยขึ้นภายหลังแล้วทั้งสิ้น รวมถึงขนมจากต่างชาติที่เข้ามาโดยผ่านความสัมพันธ์ทางการเมือง ก็ถูกดัดแปลง ให้มีรูปรส ลักษณะเป็นแบบไทยๆจนบางทีนึกกันไปว่าเป็นขนมไทยแท้ดั้งเดิมก็มี แต่แท้ที่จริงแล้วขนมไทยแท้ๆนั้น จะมีส่วนประกอบเพียงสามอย่าง คือ แป้ง น้ำตาล มะพร้าว โดยการทำขนมไทยนี้เป็นการบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนไทย ในเรื่องความอดทนใจเย็น ละเอียดลออ และช่างสังเกต ทั้งยังได้แฝงความหมายอันลึกซึ้งไว้ในชื่อของขนมไทยแต่ละชนิดด้วย

เอกลักษณ์ของขนมไทย

ขนมฝีมือชาวบ้านและชาววังนั้น ในเรื่องของรสชาติ และการเรียกชื่อขนมจะไม่แตกต่างกันมากนัก รูปร่างหน้าตาก็มีความคล้ายกันมาก แต่ขนมของชาววังจะเป็นชิ้นเล็กๆน่ารับประทาน และใช้ฝีมือในการประดิดประดอยมากกว่าขนมที่ชาวบ้านทำ ส่วนขนมทำยากนั้นจะนิยมทำกันแต่ในวังเท่านั้น เช่น ขนมจ่ามงกุฎ ส่วนในเรื่องของโภชนาการนั้น ขนมไทยทำให้อ้วนง่าย เพราะมีทั้งความหวานมันจากน้ำตาลและกะทิ

         ขึ้นชื่อว่าขนมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นของชาติใด ก็ล้วนแต่มีรสชาติความหวานเจือปนอยู่เหมือนกันทั้งนั้น  แต่ความหวานของขนมไทยเราจะออกรสชาติแบบหวานมันและละมุนมากกว่าชาติอื่นๆ โดยเฉพาะขนมไทยจะต้องใส่กะทิควบคู่กับน้ำตาลด้วยเสมอ ความมันจากกะทิจะช่วยลดความหวานจากน้ำตาล ลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากขนมของชาติอื่นๆ ก็คือ เมื่อนำมาจัดวางให้เป็นระเบียบจะดูสวยงามและมีกลิ่นหอมอยู่ในตัว ชวนให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ความสวยงามของขนมไทยนั้นหากนำขนมของชาติต่าง ๆ มาวางเรียงกัน แล้วให้คนต่างชาติชี้ว่า ชิ้นไหนเป็นขนมของคนไทย เขาจะสามารถบอกได้ถูกต้องทันที เป็นเพราะความประณีตบรรจงของฝีมือคนไทย ทำให้ขนมไทยมีความละเอียดลออต่างจากขนมของชาติอื่นๆ

ขนมกับประเพณีไทย

นิสัยของคนไทยโดยทั่วไปนั้น เมื่อรับประทานอาหารคาวเสร็จแล้ว ก็ต้องตามด้วยของหวานเสมอ เนื่องจากเมืองไทยอยู่ในเขตอากาศร้อน ผลไม้ต่างๆมีให้บริโภคตลอดทั้งปีและสามารถนำมาตากแห้ง เชื่อม กวน ทำเป็นขนมเก็บไว้รับประทานได้ตลอดในหน้าหนาวก็จะนิยมรับประทานขนมร้อน เช่น ขนมบัวลอย, ถั่วเขียวต้มน้ำตาลหน้าร้อนขนมจะใส่น้ำแข็ง เพื่อช่วยดับความร้อน เช่น ขนมซ่าหริ่ม, ลอดช่อง และทับทิมกรอบ ส่วนในฤดูฝนการเดินทางลำบาก ผู้หญิงไทยก็รู้จักการทำขนมแห้งเก็บไว้รับประทานได้นาน เมื่อถึงงานบุญประเพณีต่างๆ ใครที่มีฝีมือในการทำขนมอะไรก็มาช่วยกันคนละไม้ละมือ เป็นวัฒนธรรมอันดีที่สร้างความสามัคคีในหมู่บ้านหรือบ้านใกล้เคียงที่มีมา ตั้งแต่สมัยโบราณทุกวันนี้ยังมีให้เห็นอยู่บ้างตามต่างจังหวัด เมื่อมีงานบุญงานกุศลต่างๆ ขนมที่ใช้ในงานประเพณีก็จะเป็นขนมที่มีชื่อในความหมายดีๆ เสมอเป็นมงคลนามมีลักษณะที่แลดูเหมาะสมเพื่อนำไปใช้ในแต่ละงานได้อย่างเหมาะ สมมากยิ่งขึ้น ขนมที่ใช้ในงานบุญงานกุศลต่างๆของชาวไทยในสมัยก่อนที่นิยมทำกันมีมากมายโดยจะแยกเป็นพิธีประเพณี  ดังนี้

พิธีมงคลต่างๆ

       ส่วนมากนิยมใช้ขนมถ้วยฟู, ขนมฝักบัว, ขนมทองเอก,ขนมทองพล ุและขนมที่มีชื่อเรียกที่ขึ้นต้นว่า “ทอง” ขนมเทียน, ขนมชั้น (นิยมทำเป็น ๙ ชั้น)และขนมจ่ามงกุฎ ซึ่งถือว่าเป็นขนมสุดยอดของไทยที่นิยมทำมาใช้ในพิธีรับการโปรดเกล้าฯเลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ของเจ้านายในสมัยก่อน

พิธีแต่งงาน

       นอกจากจะมีขนมที่ใช้ในงานเดียวกับพิธีมงคลแล้ว ยังมีขนมกง (รูปร่างเป็นล้อรถ ไม่มีรอยต่อ ซึ่งมีความเชื่อว่าจะทำให้ความรักของคู่บ่าวสาวจีรังไม่มีวันแยกจากกัน)  ขนมโพรงแสม (มีรูปร่างยาวใหญ่คล้ายกับเสาบ้านเสาเรือน ทำให้อยู่กันยืนยาว) ขนมสามเกลอ(มีลักษณะเป็นสามก้อนติดกัน เตรียมไว้สำหรับให้คู่บ่าวสาวเสี่ยงทายว่าจะอยู่ด้วยกันได้นานหรือไม่ หากขนมแยกออกจากกันก็ถือว่าไม่ใช่เนื้อคู่ที่แท้จริง) นอกเหนือจากนี้ยังมี ขนมใส่ไส้, ขนมฝักบัว, ขนมบ้าบิ่นและขนมนมสาวอีกด้วย

ประเพณีสงกรานต์

ก่อนจะถึงเทศกาลตรุษสงกรานต์ชาวบ้านจะช่วยกันกวนกะละแม เตรียมเอาไว้สำหรับรับแขกเหรื่อที่มารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ถ้าแจกไม่หมด ก็สามารถเก็บไว้รับประทานเองได้ โดยใส่ในโหลแก้วที่มีฝาปิดสนิท

พิธีบวงสรวง

       ขนมที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันก็คือขนมต้มแดง และขนมต้มขาวซึ่งเป็นความเชื่อถือในลัทธิพราหมณ์

งานบุญออกพรรษา

       มีพิธีทำบุญตักบาตรเทโวด้วยข้าวต้มลูกโยน ซึ่งมีมานาน ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

Tags: , ,